Jump to content

Recommended Posts

  • Supporter

หลังจากผ่านพ้นสมรภูมิอันยาวนานท่ามกลางกลิ่นควันดินปืน ลมภูเขาแห้งผาก และผืนธงรบของ Huanglong ที่โบกสะบัด ความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ Jinzhou ไม่ได้นำพาความผ่อนคลายมาให้จิตใจเท่าใดนัก ภายในโพรงอกยังคงมีความรู้สึกว่างเปล่าบางอย่างเกาะกุมอยู่ และสำหรับ Rover การหยุดยืนเฉย ๆ เพื่อรอคอยโชคชะตามักไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ยิ่งเมื่ออาการป่วยกะทันหันของ Abby เริ่มส่งสัญญาณผิดปกติอย่างน่าใจหาย คลื่นสะท้อนในตัวสั่นไหวราวกับสัญญาณเตือนภัยที่ดังแผ่วเบา การเดินทางไกลจึงกลายเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป้าหมายปลายทางไม่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ที่คุ้นตา แต่อยู่ไกลออกไปข้ามฟากมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง มุ่งหน้าสู่เส้นขอบฟ้าใหม่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ก่อนจะทอดสายตาออกสู่เวิ้งน้ำอันไกลโพ้น มีความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ในหมู่นักเดินทางที่มักจะสับสนอยู่เสมอ บางคนเที่ยวสืบหาข้อมูลด้วยชื่อที่สะกดผิดเพี้ยนไปอย่าง Riinacita หรือคิดไปว่านี่คือชื่อของ Resonator คนใหม่ที่กำลังจะปรากฏตัว ทว่าในความเป็นจริง คำคำนี้คือชื่อของดินแดนหมู่เกาะอันไพศาล Rinascita (黎那汐塔) ผืนแผ่นดินใหญ่แห่งที่สองที่เพิ่งเปิดม่านต้อนรับพวกเรา การก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแผนที่ แต่คือการก้าวเข้าสู่อารยธรรมที่แปลกแยกอย่างสิ้นเชิง ดินแดนที่รอดพ้นจากภัยพิบัติมาได้ด้วยวิถีทางของตนเอง และยังคงดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นแบ่งอันเปราะบางระหว่างงานฉลองรื่นเริงกับเสียงกรีดร้องใต้ผืนน้ำ

ฝ่าพายุข้าม Stormy Sea สู่ประกายแสงแรกแห่ง Ragunna

การเดินทางเริ่มต้นด้วยความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ ท้องทะเล Stormy Sea ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยม่านฝนหนาทึบและเกลียวคลื่นสีดำมะเมื่อมที่ซัดสาดเข้าใส่กราบเรืออย่างบ้าคลั่ง ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้มจนเส้นแบ่งระหว่างขอบฟ้ากับผืนน้ำเลือนหาย ลมพายุคำรามก้องราวกับมวลน้ำทั้งมหาสมุทรกำลังรวมหัวกันตั้งกำแพงธรรมชาติเพื่อซ่อนดินแดนโบราณนี้ไว้จากสายตาของคนภายนอก กลิ่นคาวเกลือและไอฝนบาดลึกเข้าไปในทุกลมหายใจ เรือไม้โคลงเคลงไปตามแรงเหวี่ยงจนหัวเรือแทบจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด ทว่าทันทีที่หัวเรือแหวกผ่านม่านหมอกหนาทึบชั้นสุดท้ายเข้ามาได้ เสียงอึกทึกของพายุกลับพลันเงียบสงบลงราวกับมีใครกดปิดสวิตช์ ทัศนียภาพเบื้องหน้าสว่างวาบขึ้นในพริบตา เผยให้เห็นภาพที่แทบไม่น่าเชื่อว่าจะซ่อนอยู่หลังคลื่นลมอันโหดร้าย

สิ่งที่ทอดตัวต้อนรับอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ซากปรักหักพังอันสิ้นหวัง แต่เป็น Ragunna นครแห่งสายน้ำที่ลอยเด่นอย่างสง่างามเหนือน้ำใสระยิบระยับ สถาปัตยกรรมหินอ่อนสีขาวนวลแกะสลักลวดลายวิจิตรตระการตา ยอดโดมคลาสสิกและเสาหินทรงโรมันสะท้อนเงาแดดลงบนผิวน้ำที่นิ่งสงบดั่งกระจกเงา ลำคลองสายหลักและตรอกน้ำสายย่อยไหลเวียนตัดผ่านทั่วทุกซอกมุมของเมืองราวกับเส้นเลือดใหญ่ มีเรือรูปร่างเพรียวระหงคล้ายเรือกอนโดลาที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานคลื่นเสียงสัญจรไปมาอย่างเงียบเชียบ ทุกลมหายใจของเมืองแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของงาน Carnevale เสียงสายน้ำกระทบตลิ่งหินอ่อนผสานเข้ากับเสียงดนตรีสดที่บรรเลงแว่วมาจากลานจัตุรัส ขณะที่ผู้คนตามระเบียงและริมฝั่งต่างพากันสวมหน้ากากแฟนซีประดับขนนกและสวมเครื่องแต่งกายผ้ากำมะหยี่สีสันสดใสเพื่อปิดบังตัวตน

สิ่งที่สะกดให้ต้องหยุดยืนมองด้วยความพิศวง คือการที่ชาวเมืองแห่งนี้สามารถผสานเทคโนโลยีของ Echo หรือ Sound Remains เข้ากับวิถีชีวิตประจำวันได้อย่างกลมกลืน สิ่งสะท้อนแห่งความพินาศที่ดินแดนอื่นมองว่าเป็นภัยคุกคาม กลับถูกแปรสภาพเป็นพลังงานขับเคลื่อนระบบสาธารณูปโภค โคมไฟริมทาง และพาหนะสัญจร ผู้คนหัวเราะและเต้นรำเคียงข้างสิ่งสะท้อนเสียงเหล่านี้โดยไม่มีแววหวาดผวา ทว่าท่ามกลางความตระการตาและเสียงดนตรีที่ไม่เคยหลับใหล ก้นบึ้งของจิตใจกลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวน้ำ ราวกับว่างานรื่นเริงอันหรูหราตระการตานี้ เป็นเพียงฉากหน้าที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเสียงบางอย่างที่กำลังคร่ำครวญอยู่ใต้ก้นบึ้งอันมืดมิด

เบื้องหลังหน้ากากและม่านหมอกแห่งขั้วอำนาจ

เมื่อย่ำเท้าลึกเข้าไปตามตรอกซอยหินอ่อนที่ชุ่มชื้น บรรยากาศรื่นเริงของงานเทศกาลก็เริ่มเจือปนด้วยกลิ่นอายอันตึงเครียดของขั้วอำนาจที่มองไม่เห็น นครแห่งสายน้ำไม่ได้มีศูนย์กลางการบริหารแบบรัฐบาลรวมศูนย์เหมือนเมืองหลวงอื่น ๆ แต่ถูกค้ำจุนไว้ด้วยอำนาจของศาสนจักร Order of the Deep ซึ่งมีมหาวิหารแห่งเมอร์คิวรีเป็นศูนย์รวมจิตใจ เหล่านักบวชระดับสูงอ้างตนเป็นตัวแทนของเทพเจ้าในการควบคุมและแจกจ่ายสิทธิ์การเข้าถึง Common Echo โดยมีกองกำลังอัศวิน La Guardia คอยเดินตรวจตราอย่างเข้มงวดทุกหัวมุมถนน เกราะโลหะสีเงินสะท้อนแสงแดดยามบ่ายเป็นประกายเย็นชา คอยจับจ้องทุกลมหายใจของชาวเมืองและคนแปลกหน้า

ทว่าในเมืองท่าที่การค้าและทองคำไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา อำนาจแห่งศรัทธากลับถูกท้าทายด้วยอำนาจของเงินตราและสายเลือด สองตระกูลขุนนางใหญ่ที่มีอิทธิพลล้นฟ้าเปรียบเสมือนสองขั้วคลื่นใต้น้ำที่กำลังฟาดฟันกันอย่างเงียบเชียบ ฝั่งหนึ่งคือตระกูล Montelli ผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินและคลัง Averardo อันมั่งคั่ง ดำเนินทุกย่างก้าวด้วยสายตาของนักธุรกิจผู้มองเห็นตัวเลข ผลประโยชน์ และความอยู่รอดชัดเจนกว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ ในขณะที่อีกฝั่งคือตระกูล Fisalia ผู้สืบทอดศาสตร์โบราณว่าด้วยพิษ ยารักษา และพฤกษาลึกลับจากใต้สมุทรลึก แม้สายสัมพันธ์ของพวกเขาจะดูแนบแน่นกับฝ่ายศาสนจักร แต่ลึกลงไปกลับแฝงรอยร้าวที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ

เหนือสิ่งอื่นใด ทุกชีวิตใน Rinascita ต่างอาศัยอยู่ใต้ร่มเงาความเชื่อที่มีต่อ Sentinel Imperator ผู้พิทักษ์แห่งสายน้ำ ทว่ากระแสคลื่นแห่งความหวาดกลัวต่อสิ่งโบราณอย่าง Threnodian Leviathan และภัยพิบัติ Dark Tide ไม่เคยจางหายไปจริง เรื่องเล่าของความมืดมิดใต้ทะเลลึกยังคงคอยเตือนสติว่า ความหรูหราตระการตาของเมืองนี้อาจเป็นเพียงฟองสบู่บางเบาที่ลอยอยู่เหนือก้นบึ้งอันไร้จุดสิ้นสุด หากวันใดที่กระแสน้ำดำมืดปะทุขึ้นมา หน้ากากและเสียงเพลงเหล่านี้คงไม่อาจช่วยปกป้องชีวิตใครได้เลย

การพานพบตามรายทาง: คมดาบ ดนตรี และรอยยิ้มเคลือบพิษ

การสืบเสาะเรื่องราวในนครสายน้ำแห่งนี้ทำให้ได้พบพานกับผู้คนมากมายที่ดิ้นรนอยู่หลังหน้ากาก การเผชิญหน้าครั้งสำคัญเกิดขึ้นภายในคฤหาสน์หรูหราของตระกูล Montelli ท่ามกลางห้องโถงที่ประดับด้วยภาพวาดราคาแพงและโคมระย้าคริสตัล Carlotta ทายาทคนรองแห่งตระกูลปรากฏตัวขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างามตามแบบฉบับชนชั้นสูง แววตาสีน้ำแข็งคู่นั้นเยือกเย็นและเฉียบคมจนยากจะอ่านใจ ปืนพกคู่ที่เหน็บแนบอยู่ข้างเอวไม่ใช่แค่เครื่องประดับชุดราตรี หากแต่เป็นเครื่องมือต่อรองขั้นเด็ดขาด เธอกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาด “ที่ Ragunna ทุกสิ่งมีราคาค่างวดเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ความจริงที่คุณกำลังตามหา” ถ้อยคำสั้น ๆ นั้นบ่งบอกชัดเจนว่าเธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องความมั่นคงของตระกูล

ตรงข้ามกับความเย็นชาในคฤหาสน์หินอ่อน ลานแสดงกลางแจ้งริมคลองกลับคึกคักด้วยชีวิตชีวาของคณะละคร Troupe of Fools ร่างของ Roccia เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วบนเวทีไม้ การโจมตีด้วยหมัดและกล่องปริศนาอันทรงพลังของเธอเปลี่ยนการแสดงละครให้กลายเป็นการสาธิตการเอาชีวิตรอดอันดุดัน ขณะที่ Brant ยืนควงดาบเล่มยาวคอยคุมจังหวะอยู่ข้างเวที ลีลาการฟันดาบอันพริ้วไหวแต่หนักแน่นสอดประสานกับเสียงดนตรีได้อย่างน่าทึ่ง สายตาที่ทั้งสองส่งผ่านมายังฝูงชนบอกให้รู้ว่า คณะละครแห่งนี้ไม่ใช่แค่ผู้มอบความบันเทิง หากแต่เป็นกลุ่มคนที่คอยจับตาดูกลโกงในเงามืดและพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องผู้คนธรรมดา

ในซอกหลืบอันเงียบสงบของวิหาร เด็กสาวอย่าง Phoebe ปรากฏตัวพร้อมกับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ แววตาของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธาอันบริสุทธิ์ต่อคำสอนแห่ง Order of the Deep ทว่าความไร้เดียงสานั้นกลับดูเปราะบางเหลือเกินเมื่อต้องยืนอยู่ท่ามกลางเกมการเมืองอันซับซ้อนของเหล่านักบวชชั้นผู้ใหญ่ ขณะเดียวกัน การได้พบกับ Cantarella ผู้นำตระกูล Fisalia กลับให้ความรู้สึกตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เธอส่งมาเปรียบเสมือนหมอกพิษที่หอมหวานแต่แฝงอันตรายถึงชีวิต ทุกคำพูดที่เธอเอ่ยถึงอดีตในฐานะ Blessed Maiden เชื่อมโยงไปถึงตำนานอันเจ็บปวดของ Cartethyia หรือ Fleurdelys วีรสตรีผู้แบกรับชะตากรรมระหว่างความศักดิ์สิทธิ์และความมืดมิด ผู้ซึ่งท้ายที่สุดปรารถนาเพียงการปลดเปลื้องภาระหน้าที่เพื่อออกโบยบินอย่างอิสระในฐานะอัศวินพเนจร

ในค่ำคืนที่สายลมพัดผ่านผิวน้ำ เสียงดนตรีจากเสียงปืนพกและสายลมของ Ciaccona วาทยกรพเนจรก็ลอยแว่วมาตามตรอกคลอง บทเพลงอันพลิ้วไหวของเธอช่วยปลอบประโลมจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการเดินทาง และช่วยย้ำเตือนว่าท่ามกลางเล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง ดินแดนแห่งนี้ยังมีเสียงเพลงที่ขับขานออกมาเพื่ออิสรภาพอยู่อย่างแท้จริง

ก้าวขึ้นสู่ Septimont แผ่นดินหินผาและเกียรติยศแห่งนักรบ

เมื่อปริศนาในสายนทีเริ่มคลี่คลาย เส้นทางก็นำพาขึ้นสู่พื้นที่สูงทางตอนเหนือ สู่แผ่นดินหินผาของ Septimont หรือนครเจ็ดเนิน บรรยากาศที่นี่พลิกผันจากความอ่อนช้อยของสายน้ำไปสู่ความขรึมขลังและแห้งแล้ง หินผาสูงชัน ผืนทรายหยาบ และแสงแดดแผดเผาเข้ามาแทนที่ความเย็นฉ่ำของลำคลอง ที่นี่ไม่มีเสียงไวโอลิน ไม่มีขนนกประดับหน้ากาก ผู้คนไม่ได้ปิดบังใบหน้า แต่เปิดเผยรอยแผลเป็นจากคมดาบด้วยความภาคภูมิใจ เสื้อผ้าที่สวมใส่ทำจากหนังสัตว์และแผ่นเหล็กหนาที่พร้อมรับแรงกระแทกจากคมอาวุธ

Septimont เป็นสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังและความแข็งแกร่ง ปกครองด้วยระบบสภาผู้เฒ่า ตำแหน่งผู้นำทางทหารอย่าง Ephor และคณะนักบวชหญิง จุดศูนย์กลางของนครคือ Colosseum Olymdos ลานประลองหินทรายขนาดยักษ์ที่เสียงกู่ร้องของฝูงชนดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา คลื่นเสียงจากผู้ชมนับหมื่นคนสั่นสะเทือนผืนดินจนรู้สึกได้ผ่านฝ่าเท้า การต่อสู้บนสังเวียนแห่งนี้ไม่ใช่เพื่อความบันเทิงราคาถูก แต่เป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อพิสูจน์คุณค่าของการมีชีวิต ผู้ชนะจะได้รับเกียรติยศและเสียงสรรเสริญ ขณะที่ผู้แพ้ต้องยอมรับชะตากรรมด้วยความสงบ

บนสังเวียนแห่งนี้ การได้ประจักษ์ถึงความดุดันของ Lupa จากตระกูล Silva สร้างความประทับใจได้อย่างลึกซึ้ง ดาบยักษ์ที่เธอเหวี่ยงออกไปผสานเข้ากับเปลวเพลิงที่ลุกโชนสะท้อนถึงจิตวิญญาณอันไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ขณะที่สายตาอันเยียบเย็นดุจประกายสายฟ้าของ Ephor Augusta ที่จับจ้องลงมาจากอัฒจันทร์ชั้นสูง ก็ตอกย้ำถึงความเด็ดขาดในการรักษากฎระเบียบของนคร ควบคู่ไปกับความนิ่งสงบของ Priestess Iuno แห่งวิหาร Tetragon ผืนแผ่นดินแห่งนี้สอนให้ตระหนักว่า ท่ามกลางโลกที่พังทลาย บางครั้งการเอาชีวิตรอดก็ไม่ได้อาศัยรอยยิ้มหรือคำลวง หากแต่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ กล้ามเนื้อ และเกียรติยศที่หลอมรวมด้วยหยดเลือด

คลื่นลมที่ยังคงก้องกังวาน

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดการเดินทางข้ามผ่าน Rinascita ตั้งแต่ตรอกคลองน้ำหินอ่อนของ Ragunna ไปจนถึงลานประลองหินผาของ Septimont ยอมรับเลยว่าดินแดนแห่งนี้ทิ้งความรู้สึกแปลกใหม่และลึกซึ้งเอาไว้อย่างมาก การโหนสลิงข้ามหลังคาสไตล์คลาสสิก การนั่งเรือปล่อยอารมณ์ไปตามผืนน้ำ และการดำดิ่งสู่ซากปรักหักพังใต้ทะเลลึก ล้วนเป็นมิติการผจญภัยที่เติมเต็มความรู้สึกของการเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกลำน้ำและทุกโขดหินต่างมีเรื่องราวซ่อนอยู่ให้ค้นหาอย่างไม่รู้จบ

ชื่อ Rinascita ที่มีความหมายถึงการเกิดใหม่ สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดของดินแดนนี้ได้ดีที่สุด เมืองที่พยายามใช้เสียงดนตรี หน้ากากแฟนซี และงานคาร์นิวัลมากลบเกลื่อนรอยแผลจากหายนะในอดีต พยายามสร้างสรวงสวรรค์ขึ้นมาบนผืนน้ำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง แต่ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน ความจริงใต้ก้นบึ้งสมุทรก็ยังคงส่งเสียงเพรียกหาให้ผู้กล้าดำดิ่งลงไปเผชิญหน้าอยู่เสมอ

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังออกสำรวจหรือเพิ่งเทียบเรือเข้าเทียบท่า Ragunna สัมผัสของสายน้ำและการต่อสู้ใน Rinascita สร้างความประทับใจในแง่มุมไหนกันบ้าง ระหว่างความหรูหราที่เคลือบพิษร้ายของนครแห่งสายน้ำ หรือความดิบเถื่อนที่ตรงไปตรงมาบนลานประลองหินผา แวะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ในบันทึกหน้านี้

Bangkok · WW · tea at 1am

  • Himari ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บันทึกก้าวข้ามผืนน้ำสู่ Rinascita: มหานครแห่งหน้ากาก ศรัทธาใต้สมุทร และรอยยิ้มที่ซ่อนคมมีด
  • Recently Browsing   0 สมาชิก

    • No registered users viewing this page.
×
×
  • สร้างใหม่...